Bo{ok}hemian.space

room2521.com/space

ILLU-STATION

8 (Custom)
ILLU-STATION
by Tada hengsapkul
28 June-30 August 2009

——————————

“นิ่ง-ว่อง ILLU-STATION”

 

เดี๋ยวรัก เดี๋ยวโกรธ บ้างอ่อนโยน บ้างก้าวร้าว บางทีโศกเศร้า บางคราวเร้าใจ 

เราจะนิยามพฤติกรรมของวัตถุสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าทีวีนี้ ได้ด้วยวลีใด

 

ในกล่องปิดทึบทื่อนิ่งไม่ไหวติงพร้อมรับสัญญาณทางไกลแบบTeleของมัน ฉับพลันว่องไวเปลี่ยนอารมณ์ด้วยVisual+Audioที่ปรากฎ เพียงแค่เสียบปลั๊กกดสวิทซ์ ประจุไฟฟ้าที่วิ่งพลุ่งพล่านในกล่องสี่เหลี่ยมที่ว่า กลับส่งผลถึงพฤติกรรมของคนทั้งโลก โดยใช้เวลาไม่กี่สิบปี

 

ครั้งหนึ่งในยุคที่ถนนเพิ่งมา ไฟฟ้าเพิ่งเข้า สมัยที่คนบ้านเรายังไม่มีนิยามเรื่องปัจเจกและพื้นที่ส่วนบุคคลอยู่ในหัว ในตรอกๆหนึ่ง หรือหมู่บ้านหนึ่งๆ อาจมีทีวีเพียง 1-2 เครื่อง ที่สร้างแรงจูงใจให้คนในละแวกนั้น มานั่งสุมหัวกันจ้องจอสี่เหลี่ยมอย่างมีอารมณ์ร่วม พ่อบ้านรวมตัวกันเชียร์มวยอย่างออกรส สาวๆมาดูนักร้องขวัญใจ บางทีคึกๆก็ลุกขึ้นเซิ้งประกอบเพลง เด็กๆมักมาออกันหลังเลิกเรียนและวันหยุด เพื่อดูการ์ตูนกับหนังยอดมนุษย์ เสร็จแล้วออกไปเล่น แบ่งข้างเป็นตัวดีตัวร้ายสู้กัน อาจมีหัวร้างข้างแตก ได้แผลเป็นประดับหัว ไว้ให้รำลึกถึงความหลังตอนโตแล้ว    

 

ในยุคต่อมา ด้วยนโยบายพัฒนาการศึกษาควบคู่อุตสาหกรรม ทำให้เกิดประชากรลักษณะหนึ่ง พวกเขามักจะไม่ได้อยู่บ้านตอนกลางวัน ทานบะหมี่สำเร็จรูปเป็นมื้อเย็น ดูละครหลังข่าว และชอปปิ้งสินค้าราคาถูกมาตุนไว้ตอนต้นเดือน สิ่งที่นิยมทำกันมากในคนกลุ่มนี้คือการเลี้ยงลูกด้วยทีวี เด็กน้อยในเจนเนอเรชั่นนี้จึงมีทีวีเป็นพี่เลี้ยง กิน นอน อึ อยู่หน้าทีวี เมื่อพวกเขาเริ่มจะรู้ความ เขาก็เริ่มจะเถียงพ่อแม่ โดยเฉพาะถ้าสิ่งที่พ่อแม่พูดไม่ตรงกับสิ่งที่พี่ทีวีสอน และในวันที่เขาเติบโต เขาก็ปล่อยพ่อแม่ที่แก่เฒ่าไว้หน้าจอทีวีแล้วออกไปเรียนหรือทำงานนอกบ้านอย่างเป็นวงจร ในช่วงเวลานี้เริ่มมีคนตั้งคำถามและตระหนักถึงพิษภัยบางด้านของทีวี โดยพูดถึงข้อเสียต่างๆของทีวีผ่านทีวี(ฮา) เช่นว่า เด็กสมาธิสั้นอันเนื่องจากทีวี พฤติกรรมก้าวร้าวเลียนแบบในเรื่องไม่เหมาะสม หรือแม้แต่การปล่อยตัวอ้วนแผละอยู่หน้าทีวีพร้อมขนมในซองฟลอยด์

 

การเป็นทีวีอาจต้องเหนื่อยหน่อยเพราะต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งเป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นเครื่องกระตุ้นให้คนบริโภคสินค้า รวมถึงเป็นอ๊อฟฟิชของคนหน้าตาดี ที่ตอกบัตรเข้าทำงานในจอตู้ เพื่อสร้างความบันเทิงเป็นหลักและสร้างความกำหนัดเป็นรอง(เฮ)

 

ในวันนี้ อาจมีคนพูดถึงบทบาททีวีกันน้อยลง เพราะมีนวัตกรรมในกล่องสี่เหลี่ยมอันใหม่ ที่ว่องกว่า และตอบสนองกับความมีสมาธิสั้นของคนพ.ศ.นี้ได้ดีกว่าเข้ามาแทนที่ แต่ผลข้างเคียงจากยุครุ่งเรืองของมัน ก็ยังคงเป็นส่วนประกอบในตัวเราทั้งในเชิงพฤติกรรมและทัศนคติอยู่ดี

 

สันติภาพ อินกองงาม โดยแรงบันดาลใจจากภาพถ่ายของ ธาดา เฮงทรัพย์กูล

ภูเก็ต มิถุนายน 2552

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ได้เจอกันนาน

 

บ่ายวันเสาร์ฉันผ่อนคลายบนโซฟาตัวโปรดของฉัน เธอนั่งอยู่ตรงข้ามฉัน วันนี้ฉันมีเวลาว่างมากพอที่จะได้คุยกับเธอ ฉันไม่ได้คุยกับเธอมานานมากแล้ว บางทีเป็นเพราะฉันอาจจะทำงานมากไปจนลืมว่ามีแกอยู่ก็อยู่บ้านเดียวกับฉัน 

 

วันนี้แร่ะฉันจะนั่งฟังเธอพูดทั้งวันเอาให้หายคิดถึงไปข้างนึงเลยแหละ แกดูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ฉันก็เริ่มเป็นวัยรุ่นแล้ว แกยังดูสดใสเหมือนเดิมเป็นหนุ่มสาวแรกรุ่นมากด้วยประสบการณ์เหมือนเดิม เอ้ออ…แกหน่ะทำให้ฉันคิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาเลยตอนนั้นครอบครัวฉันชอบที่จะคุยกับแกทุกวันเลยทุกวัน  คุยสาระทุกข์สุกดิบ หัวเราะกัน กินข้าวด้วยกัน สนุกดีเนอะตอนนี้ท่านคงไปสบายแล้วแร่ะ มีแต่ฉันดิกลายเป็นคนบ้างานเอามากๆไม่รู้มากเกินความจำเป็นรึเปล่า 

 

ฉันจำได้ว่าแม่น้ำตาไหลบ่อยมากเพราะแกนี่แร่ะ แกชอบแสดงอารมณ์อ่อนไหวเรียกร้องความสนใจแต่ยังไงแม่ฉันก็รักแกเหมือนลูกในไส้เลยนา นี่ฉันไม่ได้อำแกนะเว้ย แม่เล่าว่า ชอบคุยกับแก แกไม่ค่อยเหมือนใครดี ส่วนพ่อฉันจำได้ว่าชอบคุยกับแกเรื่องสัตว์ป่า ไม่ก็ความรู้รอบตัวที่แกมี พ่อบอกว่าแกมีความรู้เยอะมากพ่อบอกคบๆแกไว้ไม่เสียหาย พ่อไม่ชอบคุยเรื่องข่าวกับการเมืองกับใครแต่แกชอบพยายามโยงเข้าเรื่องนี้ทุกที  พ่อชอบเดินหนีเวลาแกชวนคุย บางทีพ่อหลับไปแล้วแกยังนั่งพูดๆอะไรของแกไปเรื่อย คิดแล้วขำดีเนอะ เอ้อฉันชอบซ็อตนี้มากเลยพ่อกับแม่ชอบแย่งกันคุยกับแกแม่จะคุยเรื่องชีวิตพ่อจะคุยเรื่องสัตว์ป่าเลยพลัดสลับกันคุยกับแกคนละสิบนาที ฉันจำได้น๊าา ตอนฉันเด็กๆประมาณอนุบาลมั้งนะฉันจะตื่นขึ้นมาคุยกับแกตั้งแต่ยังไม่แปรงฝันเลยแหละแม่ชอบดุฉันประจำ ฉันนึกถึงความอบอุ่นในโต๊ะกินข้าวตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนพร้อมหน้าพร้อมตา ตอนนั้นเธอดูเป็นผู้ใหญ่เอาซะมากๆ มากกว่าฉันเยอะเลย 

 

เอ้อจำได้อีกอย่างแร่ะ มีอยู่วันนึงแกนอนซมอยู่นานเลยแกตลกดีที่แกไม่ยอมบอกพ่อนะว่าป่วย ขำตอนพ่ออุ้มแกไปโรงพยาบาลแกก็ตัวใหญ่ๆหนักๆ พ่ออุ้มแกขึ้นรถแบบทุลักทุเล หมอบอกพ่อว่าแกเป็นอัมพฤกษ์ช่วงคราว  แกเข้าโรงพยาบาลประมาณสัปดาห์กว่าๆนั่นแร่ะ ช่วงนี้นะฉันคิดถึงแกมากๆเลยนะเว้ยยย แล้ววันเสาร์อาทิตย์ของฉันก็เงียบเหงาเวลาไม่เจอแก 

 

ฉันจำได้เธอนั่นแหละคอยให้ความรู้รอบตัวฉันทำให้ฉันสอบวิชาวิทยาศาสตร์ได้เกรดสี่เลยตอนป.4 เอาไว้ว่างๆฉันจะมาคุยกับแกอีกนะ ตอนนี้ฉันขอนอนก่อน ฝันดีนะจุ๊บๆ

 

ปาล์ม